ต้อกระจก ภาวะที่เลนส์ตาสูญเสียความใส เกิดขึ้นได้ตามอายุที่มากขึ้น ส่งผลให้การมองเห็นพร่ามัว คล้ายมองผ่านกระจกฝ้า ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก ปัจจุบันมีวิธีการรักษาต้อกระจกที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย และใช้เวลาพักฟื้นน้อย
อาการของต้อกระจก
- มองเห็นภาพพร่ามัว คล้ายมองผ่านหมอกหรือควัน
- แสงไฟแยงตา มองเห็นแสงรัศมีรอบดวงไฟ
- มองเห็นภาพซ้อน
- ต้องการแสงสว่างมากขึ้นในการมองเห็น
- ตาพร่ามัว โดยเฉพาะในเวลากลางคืน
- สีของวัตถุจางลง
สาเหตุของต้อกระจก
- อายุที่มากขึ้น เป็นสาเหตุหลักของต้อกระจก
- โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคภูมิแพ้ โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- การได้รับรังสีอัลตราไวโอเลตเป็นเวลานาน
- การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาสเตียรอยด์
วิธีการรักษาต้อกระจก
วิธีการรักษาต้อกระจกที่ได้ผลดีที่สุดคือการผ่าตัด โดยการใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ Femtosecond ผ่าตัดสลายต้อกระจก ผ่านแผลขนาดเล็กเพียง 2.2 มิลลิเมตร โดยไม่ต้องเย็บแผล ใช้เวลาผ่าตัดเพียง 10-15 นาที ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ทันทีในวันเดียวกันหลังผ่าตัด
ข้อดีของการผ่าตัดต้อกระจกด้วยเลเซอร์ Femtosecond
- แผลผ่าตัดเล็ก เจ็บน้อย
- ใช้เวลาพักฟื้นน้อย
- ผลลัพธ์แม่นยำ ปลอดภัย
- ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน
หลังผ่าตัดต้อกระจก
- แพทย์จะนัดติดตามอาการเป็นระยะ
- ควรหยอดยาตามแพทย์สั่ง
- หลีกเลี่ยงการขยี้ตา
- สวมแว่นตาป้องกันตามแพทย์แนะนำ
- ควรพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการทำงานหนัก
ต้อกระจกเป็นโรคที่ไม่ควรมองข้าม
การรักษาต้อกระจกในระยะเริ่มต้นจะช่วยป้องกันการสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวร ปัจจุบัน การรักษาต้อกระจกด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ Femtosecond มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนอีกครั้ง
หากคุณมีอาการผิดปกติของดวงตา ควรรีบปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที
