หากพูดถึงการฉีด Botox หลายคนอาจนึกถึงการฉีดเพื่อความงาม แต่ทราบไหมว่าปัจจุบันนี้โบท็อกซ์สามารถนำมาใช้ทางการแพทย์การรักษาโรคได้แล้ว เช่น โบท็อกซ์ไมเกรนที่กำลังเป็นที่สนใจในปัจจุบัน เพื่อช่วยลดความรุนแรงของอาการปวดโดยไม่ต้องทานยา
การฉีด Botox คืออะไร? ทำงานอย่างไร?
ฉีด Botox คือการใช้สารโบทูลินัม ท็อกซิน (Botulinum Toxin) เป็นโปรตีนบริสุทธิ์ที่ผลิตจากแบคทีเรีย Clostridium botulinum มาใช้ในปริมาณที่เหมาะสมและปลอดภัย หลักการทำงานของโบท็อกซ์คือการออกฤทธิ์ที่ระบบประสาทและกล้ามเนื้อ เพื่อไปยับยั้งการปล่อยสารสื่อประสาทชนิดอะซิติลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่งทำหน้าที่สั่งให้กล้ามเนื้อหดตัว เมื่อกล้ามเนื้อได้รับคำสั่งหดตัว ริ้วรอยที่เกิดจากการขยับกล้ามเนื้อ เช่น ริ้วรอยหน้าผาก รอยตีนกา และริ้วรอยระหว่างคิ้ว ก็จะค่อย ๆ จางลง ทำให้สามารถช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้าได้ ลดความหย่อนคล้อย ช่วยปรับรูปหน้าให้ดูเรียวเล็กลงอย่างเป็นธรรมชาติ และช่วยแก้ไขปัญหาอื่น ๆ ได้ เช่น กล้ามเนื้อเกร็ง เหงื่อออกมากผิดปกติ การรักษาไมเกรน
การฉีด Botox ช่วยรักษาไมเกรนได้อย่างไร?
หลักการทำงานของฉีด Botox ในการรักษาไมเกรน คือการทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวด้วยการฉีดโบท็อกซ์รอบ ๆ ศีรษะในตำแหน่งต่าง ๆ เช่น ศีรษะ คอ หน้าผาก ขมับ หลังคอ เพื่อช่วยยับยั้งสารอะเซทธิลโคลีน (Acethyl Choline) ไม่ให้ส่งสารสื่อประสาทหรือสัญญาณความเจ็บปวดไปที่สมอง ทำให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น อาการปวดทุเลาลง โดยไม่ต้องทานยาแก้ปวด
การฉีด Botox รักษาไมเกรนเหมาะสำหรับผู้มีอาการปวดศีรษะรุนแรง หรือทานยาแก้ปวดแล้วแต่ไม่หาย ผู้ที่มีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง ทานยาแก้ปวดแล้วแต่ไม่ได้ผล หรือผู้ที่ต้องฉีดยาแก้ปวดเป็นประจำเพื่อระงับอาการปวด ผลลัพธ์อยู่ได้นานประมาณ 3 – 4 เดือน เริ่มเห็นผลได้ใน 3 – 4 วันหลังฉีด เนื่องจากต้องรอให้ตัวยาออกฤทธิ์ไปที่กล้ามเนื้อปลายประสาทก่อน การฉีดโบท็อกซ์รักษาไมเกรนสามารถฉีดซ้ำได้เมื่อมีอาการ แต่ควรห่างจากเข็มล่าสุดอย่างน้อย 3 เดือน หลังการฉีด อาจมีอาการข้างเคียงเล็กน้อย เช่น อาการบวม แดง หรือช้ำบริเวณที่ฉีด แต่จะหายไปเองภายในไม่กี่วัน ควรหลีกเลี่ยงการนวดหรือกดบริเวณที่ฉีดเพื่อป้องกันการกระจายของสาร Botox ไปยังส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดรุนแรง หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงผิดปกติ ควรไปพบแพทย์ทันที
ฉีด Botox รักษาไมเกรนเป็นการรักษาอาการปวดศีรษะที่ปลอดภัย แต่ควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมหรือศึกษาด้านการฉีดโบท็อกซ์ลดอาการปวดไมเกรนโดยเฉพาะ เพราะการฉีดรักษาไมเกรนต่างจากการฉีดโบท็อกซ์แบบทั่วไป ควรปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดเพื่อประเมินอาการ เพราะแต่ละคนอาจใช้ปริมาณตัวยาที่ไม่เท่ากัน และควรเลือกคลินิกที่ได้มาตรฐาน ตรวจสอบโบท็อกซ์ให้มั่นใจก่อนฉีดว่าเป็นของแท้ ผู้ที่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง แพ้สาร Botox หรือตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการฉีด
